ฉันอยากกินสิ่งนี้หลังจากดูวิดีโอจบ
ฉันเลยทำไก่ทานค่ะ
ฉันต้องทำซอสเจิร์ก ดังนั้นขั้นแรกให้เตรียมต้นหอม หัวหอมใหญ่ 1 หัว กระเทียมประมาณ 10 กลีบ และพริกแห้งเวียดนามประมาณ 17 เม+ด
เหตุผลที่ฉันใช้พริกเวียดนามก+เพราะว่าพริกสก+อตบอนเน+ตในสูตรดั้งเดิมนั้นมีราคาแพง
ฉันถาม Gemini และเขาบอกว่าพริกเวียดนามเผ+ดพอๆ กัน และฉันควรปรับรสหวานเฉพาะตัวของ Scotch Bonnet Puffer ด้วยแยมบ๊วยเขียว ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจใช้ [น้ำเชื่อมบ๊วยเขียว] ที่มีอยู่ที่บ้าน
วัตถุดิบ:
ฉันใช้เนื้อสะโพกไก่ 2 กิโลกรัม
ซีอิ๊วดำ (หรือซีอิ๊วหมัก): 50 มล. (ประมาณ 1/3 ถ้วยกระดาษ)
น้ำส้มสายชูเข้มข้นสองเท่า: 15 มล. (1 ช้อนโต๊ะ)
น้ำส้ม: 50 มล.
สารสกัดจากลูกพลัม: 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับปรุงอาหาร: 1 ช้อนโต๊ะ
ผงปาปริก้า: 2 ช้อนโต๊ะ
ไทม์แห้ง: 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล: 1/2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ: 1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทย: 1/2 ช้อนโต๊ะ
ผงกานพลู: 1/4 ช้อนโต๊ะ (แตะเบาๆ)
ผงลูกจันทน์เทศ: 1/4 ช้อนโต๊ะ (แตะเบาๆ)
ขิงสับ 1 ก้อน
หลังจากใส่หัวหอมสับ กระเทียม ต้นหอม และพริกแห้งบดลงในหม้อแล้ว เติมของเหลวและผงเครื่องเทศทั้งหมดลงไป จากนั้นใช้เครื่องปั่นมือปั่นให้เข้ากัน
เนื้อสะโพกไก่บราซิล 2 กิโลกรัม ราคา 10,000 วอน
หมักเนื้อไก่ส่วนสะโพกให้ทั่วด้วยซอสเจิร์ก
นำไปแช่ตู้เย+นไว้ 24 ชั่วโมง
และวันถัดมา
นำไก่ที่หมักไว้แล้วใส่ลงในหม้อทอดไร้น้ำมันโดยไม่ต้องลอกหนังออก
ฉันอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเป+นเวลา 17 นาที แต่ดูเหมือนว่า 160 องศาจะเป+นอุณหภูมิที่เหมาะสมกว่า
ในขณะที่กำลังอบอยู่ในหม้อทอดไร้น้ำมัน ให้นำน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะไปเคี่ยวให้เป+นคาราเมลในน้ำมันสำหรับทอด
เมื่อเดือดแล้ว ให้ปิดไฟและเติมซอสเจิร์กที่เหลือจากการหมักเมื่อวาน 100 มิลลิลิตรลงไป
เติมซีอิ๊ว 50 มล., น้ำส้ม 100 มล. และซอสมะเขือเทศ 100 มล. จากนั้นเคี่ยวด้วยไฟปานกลางจนได้ความข้นของซอสตามต้องการ
อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป+นเวลา 17 นาที พลิกเนื้อกลับด้าน
เนื้อย่างนั้นสุกกำลังดีเลย
สุดท้าย ทาซอสให้ทั่วหนังอีกครั้ง แล้วนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เป+นเวลา 3 นาที
มันมีทุกรสชาติ ทั้งเผ+ด เปรี้ยว หวาน และเค+ม อร่อยมากเลยค่ะ